อย่าให้คะแนนของกีฬาเทนนิสหลอกคุณ
กีฬาเทนนิสนั้นในการเล่นแต่ละเกมส์จะใช้เวลาน้อยมาก..... ดังนั้นการนับคะแนนในแต่ละเกมส์จึงกำหนดตัวเลขให้มากเพื่อความตื่นเต้นเร้าใจของผู้เล่นและผู้ชม.....
โดยคะแนนแรกคือ 15..... คะแนนที่สองคือ 30.....
คะแนนที่สามคือ 40.....
และคะแนนที่สี่คือ 45.....
ซึ่งกรรมการจะบอกว่าเกมส์นั่นเอง ( ถ้าคะแนนที่สามเท่ากันคือ 40-40 จะต้องดิวส์ สำหรับการแข่งขันในระดับเยาวชนของไทยจะใช้การดิวส์แบบแต้มเดียว คือฝ่ายไหนได้คะแนนนี้ก็จะชนะเกมส์นั้น ) ทุกๆคะแนนของกีฬาเทนนิสจึงมีความสำคัญมาก.....
คุณได้เพียง 4 คะแนนคุณก็ชนะเกมส์นั้นแล้ว ( ระดับเยาวชน ).....
คุณคงเคยเห็นนักเทนนิสระดับโลกโต้เถียงกับกรรมการเพื่อคะแนนเพียงคะแนนเดียว ( ซึ่งภายหลังที่จบแม็ทช์การแข่งขันอาจถูกปรับเงินด้วย ) ก็เพราะว่านักเทนนิสเหล่านี้เข้าใจดีว่าคะแนนเพียงคะแนนเดียวนั้นทำให้ชนะในเกมส์นั้นได้
้และส่งผลต่อไปให้ชนะในเซ็ทนั้นและแม็ทช์นั้นได้เลยทีเดียว ผมขอให้นักเทนนิสระดับเยาวชนมองคะแนนในเกมส์เทนนิสให้ดี..... ในหนึ่งเกมส์คุณต้องการเพียง 4 คะแนน.....
ถ้าคุณได้คะแนนแรกของเกมส์นั้น ( 15-0 ) คุณต้องคิดในทางบวกว่าอีกเพียง 3 คะแนนก็จะปิดเกมส์ได้.....
แต่ถ้าคะแนนเของคุณขึ้นนำเป็น 30-0, 40-15 หรือ 40-0.....
อย่าคิดว่าคะแนนของเรานำฝ่ายตรงข้ามไปมากแล้ว.....
ความจริงแล้วเรานำไปเพียง 2-3 คะแนนเท่านั้นเอง..... โอกาสที่ฝ่ายตรงข้ามจะไล่ตามมาและชนะเราก็ยังมีอยู่..... เราต้องเล่นด้วยความระมัดระวังไม่ประมาท..... ไม่เล่นลูกที่เสี่ยงโดยไม่จำเป็นและรีบปิดเกมส์นี้ให้ได้โดยเร็วที่สุด.....
ในทางกลับกันถ้าคะแนนของเราเป็นฝ่ายตามเช่น 0-15, 0-30, 15-40, หรือ 0-40.....
อย่าท้อถอยหรือหมดกำลังใจ..... ขอให้คิดในทางบวกว่าเราตามฝ่ายตรงข้ามอยู่เพียง 1-3 คะแนนเท่านั้นเอง..... โอกาสของเราที่จะชนะเกมส์นี้ยังมีอยู่เพียงแต่ว่าเราต้องทุ่มเทและมีสมาธิกับทุกๆแต้มเท่านั้น..... ถ้าเข้าใจคะแนนของกีฬาเทนนิสคุณก็จะเป็นผู้ชนะมากกว่าเป็นผู้แพ้
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
คุณเคยรู้มั้ยว่า power ในการตีลูกบอลนั้น
60% มาจากเอ็นไม้เทนนิส
30% มาจากลูกเทนนิสและวัสดุที่เป็นยางในลูกเทนนิส
10% มาจากตัวเราเอง และเฟรมไม้เทนนิส(ไม่รวมถึงเอ็น)
10 ข้อควรจำเกี่ยวกับความแตกต่างในการเลือกเอ็นไม้เทนนิส :-
1. เอ็นที่ขึ้นด้วย tension น้อยให้ power มากเพราะเอ็นมีการเคลื่อนตัวมากขณะกระทบลูก ทำให้เกิดพลังงานมาก
2. เอ็นที่ขึ้นด้วย tension มากให้ power น้อยแต่ให้ control หรือความสามารถในการควบคุมทิศทางบอลมากขึ้น
3. พื้นที่เอ็นไม้เทนนิสยิ่งมาก power ยิ่งมาก เพราะฉะนั้นไม้เทนนิสที่มีหน้าไม้กว้าง จะให้ power เยอะกว่าหน้าไม้แคบเพราะจุดที่เรียกว่า sweet spot จะใหญ่กว่า (จุด sweet spot อยู่ประมาณกึ่งกลางของหน้าไม้เทนนิส เป็นจุดที่กระทบกับลูกบอลแล้วไม้เทนนิสสั่นสะเทือนน้อยมากหรือไม่สั่นสะเทือนเลย เช่นเดียวกับไม้กอล์ฟที่มีจุด sweet spot ที่เมื่อลูกกระทบแล้วจะพุ่งไปแรงที่สุด)
4. ความถี่หรือความหนาแน่นของเอ็นเทนนิสน้อย ให้ power มากกว่า
5. เอ็นเส้นเล็กให้ power มากกว่า
6. เอ็นที่มี elasticity หรือความยืดหยุ่นมาก ให้ power มากกว่าและช่วยดูดซับแรงสั่นสะเทือนขณะตีได้มากกว่า
7. เอ็นที่อ่อนหรือเอ็นที่มีผิวเคลือบที่จับดูแล้วรู้สึกว่าไม่กรอบหรือกระด้าง จะช่วยดูดซับแรงสั่นสะเทือนได้ดีกว่า
8. เอ็นเส้นเล็กทำให้ตีลูก spin ได้ดีกว่า
9. ความถี่หรือความหนาแน่นของเอ็นเทนนิสน้อยทำให้ตีลูก spin ได้ดีกว่า
10. เอ็นที่มีความยืดหยุ่นมาก เวลาที่ขึ้นเอ็นเสร็จ tension หรือความตึงก็จะลดลงจากที่ควรเป็นมากเช่นกัน
ลองนำไปประยุกต์ดูนะครับ สำหรับคนที่มีอาการเจ็บข้อมือประจำอาจลองพิจารณาเลือกเอ็นที่ช่วยดูดซับแรงสั่นสะเทือนได้ดีๆ
|